Feed aggregator
Amazon Simple Workflow บริการใหม่จาก AWS
Amazon Web Services เปิดตัวบริการใหม่ที่น่าสนใจ มันคือ Amazon Simple Workflow ตัวย่อ SWF
Amazon SWF จะช่วยเราบริหารจัดการ workflow ของแอพพลิเคชันขนาดใหญ่สักหน่อย โดยมากมักเป็นแอพพลิเคชันทางธุรกิจที่มีเรื่อง business workflow หรือ business process มาเกี่ยวข้อง ซึ่ง SWF จะคอยจัดคิวงาน (task) ตามเงื่อนไขที่เราระบุ (decision) ให้ไปรันบนหน่วยประมวลผล (worker) อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับคนที่คุ้นเคยกับโลก public cloud ของ Amazon ที่แล้วๆ มาอย่าง EC2/S3 ที่เป็นการเช่าใช้เซิร์ฟเวอร์ จะต้องทำความเข้าใจกับ SWF ใหม่สักนิด เพราะมันเป็นการเช่าใช้ "บริการคิดคำนวณ" เฉพาะส่วนของ workflow เพียงอย่างเดียวเท่านั้น (คิดราคา 0.0001 ดอลลาร์ต่อการประมวลผล workflow 1 รายการ และมีค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ อีกบ้าง) ส่วนการประมวลผลจริงต้องไปหาเครื่องรันเอง หรือจะเช่าใช้ EC2/S3 ก็ได้
รายละเอียดมีค่อนข้างเยอะ อ่านได้จาก Amazon Simple Workflow Service
ที่มา - Amazon Web Services Blog
Flash บน Linux จะมีเฉพาะบน Google Chrome เท่านั้น
Adobe ได้ประกาศแผนการหยุดอัพเดต Flash for Linux แล้วครับ โดยรุ่น 11.2 นี้จะเป็นรุ่นสุดท้าย หลังจากนี้แล้วจะรองรับเฉพาะ Pepper API ซึ่งเป็น API สำหรับ plugin ใน Google Chrome โดยแฟลชรุ่นนี้จะแจกมาพร้อมกับ Chrome อย่างเดียว ไม่สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บ Adobe แล้วครับ
ทางด้าน Mozilla ยังไม่มีแผนการรองรับ Pepper API ครับ
ที่มา: Slashdot
ริม พร้อมปล่อย โอเอส แบล็กเบอร์รี่ เพลย์บุ๊ค 2.0
NGO ฮ่องกงระบุ Foxconn ย้ายแรงงานเด็กออกไปก่อน FLA เข้าตรวจสอบ
ตัวแทนจาก Students & Scholars Against Corporate Misbehavior (SACOM) ซึ่งเป็น NGO ด้านการละเมิดแรงงานในฮ่องกงระบุว่า เขาได้รับรายงานจากพนักงาน Foxconn ว่าทางบริษัทได้จัดฉากโดยย้ายพนักงานที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ออกไปทำงานที่อื่นก่อนที่สมาคมแรงงาน (FLA) จะเข้ามาตรวจสอบ
นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังมีการกล่าวหาว่า ตัวแทนจากแอปเปิลที่คอยดูแลการทำงานต่างๆ ในโรงงานนั้นทราบถึงเรื่องราวการละเมิดแรงงานต่างๆ ดี แต่เลือกที่จะไม่สนใจมากกว่า
ก่อนหน้านี้เพิ่งมีรายงานอย่างไม่เป็นทางการจาก FLA ว่าสภาพการทำงานในโรงงานของ Foxconn นั้นเป็นระดับ 'first class' อย่างไรก็ตามก็คงต้องรอดูรายงานอย่างเป็นทางการของ FLA อีกครั้งหนึ่ง
ที่มา - AppleInsider
นาฬิกาข้อมือ GPS ที่เบาที่สุดในโลกจาก Epson
เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะอุปกรณ์ไหนๆ ต่างก็มี GPS รวมอยู่ด้วย และนาฬิกาข้อมือก็เช่นกัน สำหรับนักกีฬาหรือนักออกกำลังแล้ว นาฬิกา GPS จะช่วยในการจับระยะทาง ความเร็ว และข้อมูลอื่นๆ ทำให้คนกลุ่มนี้สามารถออกกำลังได้อยากมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ใครจะนึก ว่าบริษัทที่จะออกนาฬิกา GPS ที่เล็กที่สุดมา จะเป็นบริษัทที่ดังมาทางด้านเครื่อง printer อย่าง Epson
เมื่อวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัท Epson ออกมาประกาศเปิดตัวนาฬิกา GPS ที่เบาที่สุดในโลก โดยมีน้ำหนักไม่ถึง 50 กรัม และหนาเพียง 13 มิลลิเมตรเท่านั้น และนาฬิกาเรือนนี้จะสามารถทำงานต่อเนื่องในขณะที่เปิด GPS ได้ถึง 12 ชั่วโมง ซึ่งมากเกินพอ สำหรับการออกกำลังในหนึ่งครั้ง
ส่วนในเรื่องของราคาและการวางจำหน่ายนั้น ทาง Epson ยังไม่ได้มีการเปิดเผย แต่ได้ให้ข้อมูลคร่าวๆ ว่าจะเริ่มวางขายในญี่ปุ่นในปี 2012 นี้
‘เอไอเอส’ เตรียม 8 พันล้าน เสริมแกร่งเครือข่าย
'อนุดิษฐ์' เผยครม.เดินหน้าแท็บเล็ต! จีทูจี-นัดถกสัปดาห์หน้า
โซนี่เอาใจคนฟังเพลงเปิดตัวหูฟังBAใหม่
[ข่าวลือ] "แว่นตากูเกิล" จะวางขายภายในสิ้นปีนี้
The New York Times ได้รับข้อมูลจากพนักงานในกูเกิลที่ไม่ประสงค์ออกนามว่า ภายในสิ้นปีนี้ กูเกิลจะวางขาย "แว่นตากูเกิล" ซึ่งมีคุณสมบัติเป็น HUD สามารถแสดงข้อมูลบนเลนส์แว่นตาได้ โดยแว่นตาดังกล่าวนี้จะวางขายในราคา $250 ถึง $600 (ราคาประมาณเดียวกับสมาร์ทโฟน)
"แว่นตากูเกิล" จะมีลักษณะคล้ายกับแว่น Oakley Thump, ใช้ระบบปฏิบัติการ Android, มีกล้องความละเอียดต่ำไว้ใช้วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมที่มองเห็นในขณะนั้น, สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย 3G หรือ 4G ได้, ใช้งาน GPS ได้ และมาพร้อมกับระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว ผู้ใช้งานจะสามารถใช้คุณสมบัติต่างๆ ของแว่นผ่านการขยับศีรษะแทนการสัมผัสเหมือนกับโทรศัพท์จอสัมผัสทั่วไป
โครงการ "แว่นตากูเกิล" นี้เป็นโครงการของแล็บลับ "Google X" ซึ่งก่อตั้งเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต
ไมโครซอฟท์บอกกูเกิลเมินค่าความเป็นส่วนตัวของ IE, ผู้ใช้ Safari ฟ้องกูเกิลแล้ว
ข่าวนี้ต่อจาก นักวิจัยพบ Safari มีช่องโหว่ให้กูเกิลติดตามการเข้าเว็บได้, กูเกิลได้ปิดการติดตามดังกล่าวแล้ว
หลังจากข่าวของกูเกิลกับ Safari แพร่ออกไป ทางทีมงาน IE ก็ตรวจสอบว่ากูเกิลละเมิดค่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้แบบเดียวกันหรือไม่ ผลก็คือกูเกิลทำแบบเดียวกัน นั่นคือ "ลัด" (bypass) ตัวเลือกการรับคุกกี้ที่ผู้ใช้ IE กำหนดไว้
ก่อนจะเข้ารายละเอียดต้องปูพื้นกันสักหน่อยครับ
โดยปกติแล้ว เมื่อใช้ IE เข้าเว็บไซต์ใดก็ตาม IE จะรับเฉพาะคุกกี้จากเว็บไซต์นั้นๆ และปฏิเสธคุกกี้ที่มาจากโดเมนอื่น เว้นเสียแต่ว่าเว็บไซต์เจ้าของคุกกี้จะระบุข้อมูลใน HTTP header ตามมาตรฐาน P3P Compact Policy Statement (ซึ่งเป็นมาตรฐานของ W3C แต่มี IE ใช้เพียงรายเดียว) เพื่อบอก IE ว่าจะใช้งานคุกกี้อย่างไร และยืนยันว่าจะไม่ตามรอย (track) การใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้
แนวคิดของ P3P คือมอบหน้าที่ให้เว็บไซต์เป็นคนระบุว่าจะใช้งานคุกกี้อย่างไร ซึ่งเบราว์เซอร์จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปเทียบกับค่าที่ผู้ใช้ตั้งไว้ (ว่าจะรับหรือไม่รับคุกกี้แบบไหนบ้าง) และยอมรับ/ปฏิเสธให้อัตโนมัติ
ตัวอย่างการส่งข้อมูลแบบ P3P (รหัสภาษาอังกฤษแต่ละชุดคือโค้ดของ P3P บอกว่าทำอะไรกับคุกกี้บ้าง)
P3P: CP="ALL IND DSP COR ADM CONo CUR CUSo IVAo IVDo PSA PSD TAI TELo OUR SAMo CNT COM INT NAV ONL PHY PRE PUR UNI"
ปัญหาเกิดขึ้นเพราะเว็บไซต์ในเครือกูเกิลจะส่งข้อมูลที่ไม่ตรงตามสเปกของ P3P ไปกับคุกกี้ แทนที่จะใส่โค้ด P3P แต่กูเกิลใส่ลิงก์ไปยังเว็บของกูเกิลแทน
P3P: CP="This is not a P3P policy! See http://www.google.com/support/accounts/bin/answer.py?hl=en&answer=151657 for more info."
ตามสเปกของ W3C แล้ว ถ้าเบราว์เซอร์ได้ค่า P3P ที่ไม่ตรงตามสเปกที่ระบุ เบราว์เซอร์จะถือว่าคุกกี้นี้ไม่ตามรอยผู้ใช้ และยอมรับการใช้งานคุกกี้นั้นๆ โดยปริยาย
ผลคือ IE จะรับคุกกี้จากกูเกิล ทั้งที่กูเกิลไม่ได้ระบุค่า P3P ตามที่กูเกิลต้องการ และเป็นช่องโหว่ให้กูเกิลส่งคุกกี้ที่ผู้ใช้ไม่ต้องการเข้ามาได้ โดยที่ผู้ใช้เองก็ไม่รู้ตัว
ไมโครซอฟท์บอกว่ากูเกิล "จงใจ" ละเมิดมาตรฐาน P3P เพื่อให้คุกกี้ของกูเกิลสามารถเข้าไปเก็บข้อมูลของผู้ใช้ IE ได้
ที่มา - MSDN
อย่างไรก็ตาม รอบนี้กูเกิลได้รับเสียงสนับสนุนจาก Facebook เพราะทาง Facebook ก็ออกมาระบุว่าเว็บไซต์จำนวนมาก (รวม Facebook ด้วย) ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐาน P3P เช่นกัน
Facebook ยังให้ความเห็นว่ามาตรฐาน P3P เก่าเกินไปแล้ว มันถูกพัฒนาเมื่อ 5 ปีก่อน (อัพเดตครั้งสุดท้ายปี 2007) และไม่เหมาะกับโลกยุค social network อีกแล้ว
ที่มา - ZDNet
ฝั่งกูเกิลออกมาตอบโต้ไมโครซอฟท์ว่า เขียนข้อมูลไม่ครบ โดยมาตรฐาน P3P เป็นมาตรฐานที่ไมโครซอฟท์เป็นคนร่างเองตั้งแต่ปี 2002 แล้วค่อยส่งเข้าเป็นมาตรฐานของ W3C ซึ่งกูเกิลและเว็บไซต์อื่นๆ ไม่จำเป็นต้องทำตามที่ไมโครซอฟท์ต้องการเสมอไป
กูเกิลยังพูดเหมือนกับ Facebook ว่ามาตรฐานของไมโครซอฟท์แทบไม่มีใครใช้ และข้อมูลในปี 2010 ระบุว่าเว็บไซต์กว่า 11,000 แห่งก็ไม่ระบุข้อมูล P3P ตามที่ไมโครซอฟท์ต้องการแต่อย่างใด
ที่มา - BGR
ข่าวสุดท้ายที่ต่อเนื่องจากข่าวเก่าคือ กลุ่มผู้ใช้ Safari ที่ไม่พอใจการกระทำของกูเกิลเรื่องความเป็นส่วนตัว ยื่นฟ้องกูเกิลในข้อหาดักฟังข้อมูลของผู้ใช้ ต่อศาลเขตเดลาแวร์เรียบร้อยแล้ว ทางกูเกิลยังปฏิเสธที่จะให้ข่าวในคดีนี้
ที่มา - Businessweek
ไมโครซอฟท์หนุนนักพัฒนา HTML5 ดึงประโยชน์เสริมท่องเที่ยว
โลกาภิวัตน์ 22/02/55
Flickr จะปรับหน้าตาของ Photo View และ Upload ในสัปดาห์หน้า
Flickr เป็นบริการฝากภาพถ่ายยอดนิยมที่โดน Yahoo! ดองมานาน แต่ระยะหลัง Flickr เริ่มกลับมาเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น (ข่าวเก่า)
ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดคือ Markus Spiering ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Flickr ออกมาให้สัมภาษณ์-ให้ข้อมูลกับเว็บไซต์ BetaBeat ว่าในสัปดาห์หน้า (28 ก.พ.) Flickr จะเปลี่ยนโฉมหน้าเว็บครั้งใหญ่ๆ ใน 2 ส่วนที่สำคัญ ได้แก่
- หน้าแสดงรูปภาพหรือ photo view ที่เปลี่ยนมาแสดง thumbnail ของภาพถ่ายวางติดๆ กันเต็มหน้าจอ (ภาพประกอบ)
- หน้าอัพโหลดรูปภาพหรือ photo upload ปรับให้คล้ายกับแอพมากขึ้น รองรับการลากแล้ววางไฟล์ (ภาพประกอบ)
นอกจากนี้ Flickr ยังเตรียมผลักดันการใช้งานบนมือถือมากขึ้น ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใหม่ของ Yahoo! และยังมีฟีเจอร์อีกมากที่จะเปิดตัวในปี 2012 นี้ ซึ่งจะไม่เปลี่ยนแบบฉับพลัน แต่ค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละส่วนแทน
ที่มา - BetaBeat
หวั่นท่วมซ้ำ 'โตชิบา' ทุ่ม 600 ล้านทำเขื่อนป้องรง.ที่บางกะดี
ข่าวลือของ Microsoft Office for iPad กลับมาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้เรามีข่าวลือของ Microsoft Office for iPad ออกมาเป็นระยะ แต่สุดท้ายสิ่งที่ปรากฏให้เห็นจริงๆ ยังมีแค่ OneNote for iPad/iPhone เท่านั้น
ล่าสุดเว็บไซต์ The Daily อ้างว่าได้ทดสอบ Microsoft Office for iPad พร้อมแสดงภาพประกอบ (ดูภาพที่ The Daily) ซึ่งช่วยยืนยันน้ำหนักของข่าวมากขึ้นไปอีก
ข้อมูลของ The Daily ระบุว่าหน้าตาของ Microsoft Office for iPad จะคล้ายกับ OneNote for iPad แต่ก็มีกลิ่นของ Metro อยู่มาก และสามารถสร้างไฟล์ Word/Excel/PowerPoint ได้จากตัวแอพโดยตรง
ไมโครซอฟท์ออกมาปฏิเสธข่าวนี้ และทางเว็บไซต์ ZDNet ก็ตั้งข้อสังเกตว่าภาพที่ The Daily ปล่อยออกมา อาจเป็น Microsoft Office ที่ทำงานผ่าน Remote Desktop ก็เป็นได้
ที่มา - ZDNet
ผู้ก่อตั้ง MegaUpload ได้ประกันตัวชั่วคราว
จากข่าวใหญ่เรื่อง MegaUpload เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งตำรวจนิวซีแลนด์ได้จับกุมผู้ก่อตั้ง MegaUpload คือ Kim Schmitz หรือ Kim DotCom (เขาเปลี่ยนนามสกุลตัวเอง) และผู้บริหารอีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากข้อหาอาชญากรรมในสหรัฐ
จากนั้นการดำเนินคดีในนิวซีแลนด์ก็เริ่มต้นขึ้น ซึ่งศาลนิวซีแลนด์ปฏิเสธคำขอประกันตัวของ Kim DotCom สองครั้ง แต่ล่าสุดในการยื่นขอประกันตัวครั้งที่สาม ศาลก็ยอมให้ประกันตัวแล้ว
ทางทนายของรัฐบาลสหรัฐให้ความเห็นต่อคดีนี้ว่า การประกันตัวของ Kim DotCom อาจทำให้เขาหนีออกจากนอกประเทศนิวซีแลนด์ได้ ในขณะที่ Kim DotCom เองบอกว่าเขาจะไม่ไปไหน เพราะครอบครัวของเขาอยู่ในนิวซีแลนด์
ที่มา - CNET
'พานาโซนิค' รุกหนักตลาดโปรดิสเพลย์โซลูชันส์หวังขึ้นแท่นผู้นำ
Windows 8 สามารถดาวน์โหลด Language Pack ได้ทั้งหมด 109 ภาษา
ไมโครซอฟท์ประกาศข้อมูลว่า Windows 8 สามารถแสดงหน้าตาในภาษาอื่น (localization) จำนวนทั้งหมด 109 ภาษา (เพิ่มจาก 95 ภาษาใน Windows 7) โดยไม่แยก edition เหมือนอย่างใน Windows 7 อีกต่อไป (ของ Windows 7 ต้องใช้รุ่น Ultimate ถ้าอยากได้ language pack ในทุกภาษา)
อย่างไรก็ตาม Windows 8 จะไม่ได้มาพร้อมกับ language pack ทุกภาษาเพราะเปลืองเนื้อที่ ดังนั้นผู้ใช้สามารถกดเพิ่มภาษา และระบบจะดาวน์โหลด language pack จากเซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์ให้อัตโนมัติ
ไมโครซอฟท์ยังปรับเปลี่ยนหน้าจอตั้งค่า Language ใน Control Panel ใหม่ให้เข้าใจง่ายและใช้งานง่ายขึ้น สามารถค้นหาภาษาที่ต้องการเพิ่มโดยพิมพ์ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของชื่อภาษา หน้าตาแบบเต็มๆ ดูได้ตามลิงก์
ที่มา - Building Windows 8
Android แซงหน้า iOS กลายเป็นแพลตฟอร์มมือถือยอดนิยมในอังกฤษ
สถิติล่าสุดจาก Kantar Worldpanel ComTech ระบุว่า Android สามารถตีป้อมค่ายของ iOS ในอังกฤษได้เรียบร้อย โดยผลการสำรวจข้อมูลการใช้งานช่วงเดือนมกราคม 2012 มีดังนี้
- Android 36.9%
- iOS 28.5%
- BlackBerry 18.1%
- Symbian 13.1%
- แพลตฟอร์มอื่นๆ รวมกันประมาณ 6%
อย่างไรก็ตาม สถิติของ Kantar ในสหรัฐ iOS ยังนำอยู่นิดๆ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 48.4% ตามด้วย Android 42.8% ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัว iPhone 4S และกลยุทธการตั้งราคามือถือรุ่นเก่าของแอปเปิลให้ถูกลงมาก สหรัฐเป็นประเทศเดียวในการสำรวจของ Kantar ที่ iOS ยังเป็นเบอร์หนึ่งอยู่
สถิติในประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจคือ สเปนมีส่วนแบ่งตลาดของ Android สูงถึง 65.8% (และใช้ iOS กันเพียง 9.2%) ในขณะที่ฝรั่งเศส Android มีส่วนแบ่งต่ำที่สุดในประเทศที่สำรวจที่ 42.3% ส่วนประเทศที่นิยม Symbian มากที่สุดคืออิตาลี 19.2% (แต่ตัวเลขของปีก่อนอยู่ที่ 46.8%)
ที่มา - Guardian
สัญญาณดี IPv6 โดน DDoS เป็นครั้งแรก
บริษัทวิจัยระบบเครือข่าย Arbor Networks รายงานข้อมูลว่าพบการยิง Distributed Denial of Service (DDoS) บนเครือข่าย IPv6 เป็นครั้งแรก
ถึงแม้จะฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไร แต่การยิง DDoS ครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า IPv6 เริ่มแพร่หลายมากขึ้น เพราะมีคอมพิวเตอร์จำนวนมากพอที่ผู้ประสงค์ร้ายจะสามารถใช้เป็นฐานในการยิง DDoS ได้
Arbor Networks เคยพยากรณ์ว่าจะมีการยิง DDoS บน IPv6 มาก่อนหน้านี้แล้ว และชี้ชัดว่าเราจะเห็น DDoS มากขึ้นเมื่อ IPv6 ขยายตัวมากขึ้น ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่ของผู้ดูแลระบบเครือข่ายที่ต้องหาวิธีป้องกันกันต่อไป
ที่มา - ZDNet
Recent comments